จากงานวิจัยหมอนรองคอของ ศ.นพ.เจริญ สู่การเลือกหมอนและที่นอนเมื่อมีอาการปวดคอ-ปวดหลัง

ผู้หญิงนอนกอดหมอนยางพาราธรรมชาติ Ventry บนเตียง สื่อถึงการนอนหลับอย่างมีคุณภาพเพื่อสุขภาพคอและหลัง

หมอนและที่นอนไม่ใช่อุปกรณ์รักษาสาเหตุของอาการปวดคอหรือปวดหลังทุกชนิด แต่เครื่องนอนที่มีรูปทรง ความสูง และความแน่นเหมาะกับผู้ใช้ อาจช่วยจัดท่านอน ลดแรงกด และลดอาการไม่สบายเมื่อตื่นนอนได้บางส่วน งานของ ศ.นพ.เจริญ โชติกวณิชย์ และคณะในปี 2526 เป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการพัฒนาหมอนรองคอในประเทศไทย ขณะที่งานวิจัยสมัยใหม่ชี้ว่าผลของหมอนแตกต่างกันตามรูปทรง ความสูง วัสดุ ท่านอน และผู้ใช้ จึงไม่มีหมอนแบบเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผู้ที่มีอาการรุนแรง ต่อเนื่อง หรือมีอาการทางระบบประสาทควรปรึกษาแพทย์

ศ.นพ.เจริญ โชติกวณิชย์ เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ Ventry บทความนี้จึงแยกประวัติของแบรนด์ออกจากข้อสรุปทางการแพทย์ และอ้างอิงข้อมูลวิชาการจากแหล่งต้นทางที่ผู้อ่านตรวจสอบได้

อาการปวดคอ ปวดหลัง และการนอนเกี่ยวข้องกันอย่างไร

อาการปวดคอและปวดหลังไม่ได้เกิดจากเครื่องนอนเพียงอย่างเดียว สาเหตุอาจมาจากกล้ามเนื้อและเอ็น ท่าทางระหว่างวัน การนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน การบาดเจ็บ ความเสื่อมของข้อต่อหรือหมอนรองกระดูก รวมถึงโรคของระบบประสาทและอวัยวะอื่น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์ อธิบายไว้ในบทความให้ความรู้เรื่อง “ปวดหลัง” ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลว่า อาการปวดหลังมีได้หลายลักษณะ ตั้งแต่อาการปวดเฉพาะบริเวณ ไปจนถึงอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงเมื่อระบบประสาทได้รับผลกระทบ ท่านยังชี้ให้เห็นว่าการนั่งหลังค่อมหรืออยู่ในท่าเดิมนาน ๆ อาจเพิ่มความเครียดต่อข้อต่อกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อได้ [1]

เมื่อนอน ร่างกายต้องอยู่บนหมอนและที่นอนต่อเนื่องหลายชั่วโมง หากหมอนสูงหรือต่ำเกินไป คออาจอยู่ในท่าก้มหรือแหงนเป็นเวลานาน หากที่นอนนุ่มหรือแข็งไม่เหมาะกับสรีระ บางส่วนของร่างกายอาจจมหรือรับแรงกดมากเกินไป อย่างไรก็ตาม การตื่นมาปวดไม่ได้พิสูจน์ว่าเครื่องนอนเป็นสาเหตุเสมอไป จึงควรพิจารณาอาการ กิจกรรมระหว่างวัน สุขภาพเดิม และลักษณะเครื่องนอนร่วมกัน

ผลงาน “หมอนรองคอสำหรับรักษาโรคกระดูกคอเสื่อมอักเสบ”

ในปี พ.ศ. 2526 ศ.นพ.เจริญ โชติกวณิชย์ ร่วมกับ อาจารย์บุญธรรม นิธิอุทัย และอาจารย์ยงยุทธ วัชรดุลย์ เผยแพร่บทความชื่อ “หมอนรองคอสำหรับรักษาโรคกระดูกคอเสื่อมอักเสบ” หรือ “Cervical pillow for the management of cervical spondylosis” ใน สารศิริราช ปีที่ 35 ฉบับที่ 7 หน้า 603–611 [2]

ระเบียนของหอสมุดศิริราชยืนยันชื่อเรื่อง ผู้เขียน ปีที่ตีพิมพ์ และข้อมูลวารสารดังกล่าว ส่วนบทความร่วมสมัยในนิตยสาร หมอชาวบ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2527 รายงานว่า ศ.นพ.เจริญและคณะได้พัฒนาและดัดแปลงหมอนรองต้นคอ โดยเลือกใช้ฟองน้ำยางพาราเพื่อให้ส่วนรองรับคอคงรูปได้นานกว่าวัสดุที่ยุบตัวง่าย และผลงานได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ [3] แนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการนอนของ Ventry

แก่นสำคัญของแนวคิดนี้คือ หมอนไม่ได้มีหน้าที่รองศีรษะเพียงอย่างเดียว แต่ควรช่วยรองรับบริเวณคอและทำให้ท่านอนใกล้เคียงแนวธรรมชาติของกระดูกสันหลังส่วนคอ โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้ต้องอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วโมง

งานของ ศ.นพ.เจริญเกี่ยวกับปวดหลังและกลไกของกล้ามเนื้อหลัง

ความสนใจของ ศ.นพ.เจริญไม่ได้จำกัดอยู่ที่หมอนรองคอ ท่านร่วมเขียนงานวิจัย “Lumbar paraspinal compartment pressure in back muscle exercise” ซึ่งศึกษาความดันภายในกล้ามเนื้อข้างกระดูกสันหลังส่วนเอวในอาสาสมัครระหว่างท่าทางและการยกของ งานนี้รายงานว่าความดันขณะนั่งสูงกว่าขณะนอน ยืน และก้ม และช่วยสะท้อนว่าท่าทางกับการทำงานของกล้ามเนื้อหลังมีความสัมพันธ์กัน [4]

นอกจากนี้ ท่านยังเขียนบทความให้ความรู้ “โอย! ปวดหลังจัง” และงานเกี่ยวกับโรคปวดหลังจากการประกอบอาชีพ โดยเน้นว่าสาเหตุของอาการปวดหลังมีความหลากหลาย ตั้งแต่พฤติกรรมและท่าทาง ไปจนถึงโรคของกระดูกสันหลัง [5]

หลักคิดร่วมจากงานเหล่านี้คือ การดูแลอาการปวดควรมองทั้งระบบ ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “แข็ง” หรือ “นุ่ม” เพียงอย่างเดียว และไม่ควรคาดหวังให้หมอนหรือที่นอนแก้ปัญหาทางการแพทย์ทั้งหมด

หลักฐานสมัยใหม่บอกอะไรเกี่ยวกับหมอนรองคอ

งานทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานในปี 2021 ซึ่งรวบรวมการศึกษาเกี่ยวกับหมอน 35 เรื่อง พบว่าหมอนบางประเภทสัมพันธ์กับการลดอาการปวดคอเมื่อตื่น ลดความบกพร่องจากอาการปวดคอ และเพิ่มความพึงพอใจ โดยมีสัญญาณเชิงบวกสำหรับหมอนยางและหมอนสปริง แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการนอนอย่างชัดเจนในผู้ที่มีอาการปวดคอเรื้อรัง ผู้วิจัยยังชี้ว่ารูปทรงและความสูงของหมอนอาจมีผลต่อแนวกระดูกคอมากกว่าการมองวัสดุเพียงอย่างเดียว [6]

ดังนั้น ข้อสรุปที่เหมาะสมคือ หมอนรองคออาจเป็นส่วนเสริมในการดูแลอาการสำหรับบางคน แต่ไม่ใช่การรักษาหลักและไม่มีแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน

เลือกหมอนอย่างไรเมื่อมีอาการปวดคอ

1. เริ่มจากท่านอน

  • นอนหงาย: หมอนควรรองรับส่วนโค้งของคอโดยไม่ดันศีรษะให้ก้มมากเกินไป
  • นอนตะแคง: ความสูงควรช่วยเติมช่องว่างระหว่างศีรษะกับที่นอน เพื่อให้ศีรษะ คอ และลำตัวใกล้เคียงแนวเดียวกัน
  • นอนคว่ำ: มักทำให้คอต้องหมุนเป็นเวลานาน ผู้ที่ปวดคออาจลองลดระยะเวลาท่านี้หรือใช้หมอนที่ไม่สูงมาก หากไม่มีข้อห้ามเฉพาะบุคคล

2. พิจารณาความสูงมากกว่าคำโฆษณา

ไหล่กว้าง ความนุ่มของที่นอน และท่านอนทำให้ความสูงที่เหมาะสมแตกต่างกัน หมอนที่พอดีบนที่นอนแข็งอาจสูงเกินไปเมื่อใช้บนที่นอนที่ไหล่จมลึกกว่าเดิม

3. เลือกการรองรับที่คงรูปแต่ไม่กดเจ็บ

วัสดุที่คืนตัวดี เช่น ยางพารา อาจช่วยให้ส่วนรองคอคงรูป แต่ความรู้สึกสบายยังขึ้นกับรูปทรง ความแน่น ความสูง อุณหภูมิ และความไวต่อแรงกดของแต่ละคน วัสดุอย่างเดียวจึงไม่รับประกันผล

4. ทดลองและติดตามอาการ

หากเป็นไปได้ ควรทดลองหมอนอย่างมีระบบ จดอาการปวด ความแข็งตึง การตื่นกลางคืน และความสบายเมื่อตื่น หากอาการแย่ลง ชา อ่อนแรง หรือปวดร้าวเพิ่มขึ้น ควรหยุดใช้และขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

แล้วที่นอนสำหรับคนปวดหลังควรแข็งแค่ไหน

ความเชื่อว่า “ปวดหลังต้องนอนที่นอนแข็งที่สุด” ไม่ตรงกับหลักฐานทั้งหมด งานทบทวนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับที่นอนกับอาการปวดหลังพบว่า ที่นอนระดับแน่นปานกลางมีแนวโน้มส่งเสริมความสบาย คุณภาพการนอน และแนวกระดูกสันหลังได้ดีกว่าพื้นผิวที่แข็งหรืออ่อนสุดขั้วสำหรับคนจำนวนหนึ่ง [7]

คำว่า “แน่นปานกลาง” ไม่ใช่มาตรฐานเดียวกันทุกยี่ห้อ และความรู้สึกยังเปลี่ยนตามน้ำหนักตัว ท่านอน โครงสร้างที่นอน และความคุ้นเคย ผู้ซื้อจึงควรดูข้อมูลที่วัดได้ เช่น ระดับความแน่น โครงสร้างชั้นวัสดุ ความหนา การยุบตัว ช่วงน้ำหนักที่แนะนำ ระยะทดลอง และเงื่อนไขการคืนสินค้า แทนการพิจารณาคำว่า “เพื่อสุขภาพ” เพียงอย่างเดียว

ยางพารามีลักษณะเด่นด้านการคืนตัวและตอบสนองต่อแรงกด แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวว่ายางพาราทุกแบบรักษาปวดหลังหรือเหนือกว่าวัสดุอื่นสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญกว่าคือการเลือกระดับการรองรับที่เข้ากับรูปร่าง น้ำหนัก และท่านอน

เมื่อใดควรพบแพทย์

ควรขอการประเมินทางการแพทย์เมื่ออาการปวดคอหรือปวดหลัง:

  • รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ดีขึ้น
  • เกิดหลังอุบัติเหตุ
  • ปวดร้าวลงแขนหรือขา
  • มีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเดินผิดปกติ
  • มีปัญหาการควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ
  • ร่วมกับไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาการเจ็บป่วยอื่น

หมอนและที่นอนอาจช่วยเรื่องท่านอนและความสบาย แต่ไม่ควรทำให้การวินิจฉัยหรือการรักษาที่จำเป็นล่าช้า

เลือกเครื่องนอนโดยเริ่มจากสรีระของคุณ

ผู้ที่กำลังเลือกหมอนหรือที่นอนควรเริ่มจากท่านอน น้ำหนักตัว ความสูงของหมอน ระดับความแน่น และอาการเมื่อตื่น มากกว่าตัดสินจากวัสดุเพียงอย่างเดียว สามารถดู ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของ Ventry หรือ สินค้าทั้งหมด เพื่อเปรียบเทียบรูปทรงและข้อมูลผลิตภัณฑ์ หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากแบบใด สามารถ ติดต่อทีมงาน Ventry เพื่อสอบถามข้อมูลสินค้าได้

ตัวอย่างเช่น หมอน Ventry PT3 Neck Support Pillow ออกแบบมาให้มีส่วนรองรับคอตามแนวคิดการปรับสรีระตามที่กล่าวถึงข้างต้น และอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรพิจารณาสำหรับผู้ที่ต้องการหมอนทรงรองรับคอโดยเฉพาะ ทั้งนี้ความเหมาะสมยังขึ้นอยู่กับรูปร่าง ท่านอน และอาการของแต่ละบุคคล

คำแนะนำจากทีมงานสินค้าไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว อาการปวดร้าว ชา อ่อนแรง หรืออาการรุนแรงควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเลือกอุปกรณ์เสริมการนอน

บทสรุป

ผลงาน “หมอนรองคอสำหรับรักษาโรคกระดูกคอเสื่อมอักเสบ” ของ ศ.นพ.เจริญ โชติกวณิชย์ และคณะ เป็นหลักฐานทางวิชาการที่สำคัญของการคิดค้นหมอนรองคอในประเทศไทย และสะท้อนแนวคิดที่ยังมีคุณค่าในปัจจุบัน คือหมอนควรรองรับคอให้เหมาะกับสรีระ ไม่ใช่เพียงรองศีรษะ

หลักฐานที่สะสมภายหลังช่วยเติมภาพให้ชัดขึ้นว่า หมอนและที่นอนอาจมีบทบาทต่ออาการเมื่อตื่น ความสบาย และการจัดแนวร่างกาย แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และผู้ใช้ ไม่มีวัสดุหรือรูปทรงเดียวที่เหมาะกับทุกคน และเครื่องนอนไม่ใช่สิ่งทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง

  1. เจริญ โชติกวณิชย์. ปวดหลัง. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. si.mahidol.ac.th
  2. โชติกวณิชย์ เจริญ, นิธิอุทัย บุญธรรม, วัชรดุลย์ ยงยุทธ. หมอนรองคอสำหรับรักษาโรคกระดูกคอเสื่อมอักเสบ (Cervical pillow for the management of cervical spondylosis). สารศิริราช. 2526;35(7):603–611. medlibebook.si.mahidol.ac.th
  3. พรทิพย์ เชาวรียวงศ์. นอนให้สบายและหายปวดคอ. หมอชาวบ้าน. พฤษภาคม 2527. doctor.or.th
  4. Songcharoen P, Chotigavanich C, Thanapipatsiri S. Lumbar paraspinal compartment pressure in back muscle exercise. Journal of Spinal Disorders. 1994;7(1):49–53. doi:10.1097/00002517-199407010-00007. murex.mahidol.ac.th
  5. เจริญ โชติกวณิชย์. โอย! ปวดหลังจัง. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. si.mahidol.ac.th
  6. Pang JPCY, Tsang SMH, Fu ACL. The effects of pillow designs on neck pain, waking symptoms, neck disability, sleep quality and spinal alignment in adults: A systematic review and meta-analysis. Clinical Biomechanics. 2021;85:105353. doi:10.1016/j.clinbiomech.2021.105353. PubMed
  7. Caggiari G, et al. What type of mattress should be chosen to avoid back pain and improve sleep quality? Review of the literature. Journal of Orthopaedics and Traumatology. 2021;22:51. doi:10.1186/s10195-021-00616-5. PubMed